กาญจนบุรีคือดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น กาญจนบุรียังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีอนุสรณสถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ ด้วยความหลากหลายของพื้นที่และเรื่องราวที่สั่งสมอยู่ในจังหวัดชายแดนตะวันตกแห่งนี้ กาญจนบุรีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ทุกวัย และทุกฤดูกาล
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก

ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้
เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบ
และผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 3451 1500

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า

ตั้งอยู่ติดกับสุสานสัมพันธมิตรดอนรัก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
ทางรถไฟสายไทย-พม่า หรือทางรถไฟสายมรณะ เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของกองทหารญี่ปุ่น
การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ
สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึกที่มีความโหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก ด้านการแพทย์
ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ
และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติลง
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟสายไทย-พม่าเปิด ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 17.00 น.
ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 80 บาท และสำหรับเด็ก (อายุต่ำกว่า 8-14 ปี) อยู่ที่ 40 บาท

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขามห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323
ประมาณ 4 กิโลเมตรแยกซ้ายประมาณ 400 เมตรมีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจนเป็นสถานที่
ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ทหารอังกฤษอเมริกัน ออสเตรเลีย
ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า
อินเดีย อีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟเพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า
เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสา
หรือสถานีน้ำตกระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ 77 กิโลเมตร
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน
และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตกทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ

  อุทยานแห่งชาติไทรโยค

มีพื้นที่ครอบคลุม 2 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีคืออำเภอไทรโยค และอำเภอทองผาภูมิ
มีเนื้อที่ 598,750 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมือง 104 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323
(กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ 82 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน
ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียว
ในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวกิตติ และ ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่
ของโลกอาศัยอยู่  มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือ เรียกอีกชื่อว่า
น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผา
ลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมาก
ในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาส
ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง
และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน

ช่องเขาขาด

หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ช่องไฟนรก"(Hellfire Pass) ชื่อนี้ได้มาจากการที่ เหล่าเชลยที่ทำงานในเวลากลางคืน ต้องจุดคบไฟและก่อกองไฟเวลาทำงาน เมื่อแสงไฟสะท้อนเงาผู้คน ทำให้เห็นเป็นแสงเงาวูบวาบราวกับกับเปลวเพลิงแห่งนรกนั่นเอง พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลออสเตรเลียในการรวบรวมข้อมูล จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งบริเวณการจัดแสดงแบ่งเป็นสองส่วน คือ การจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารและส่วนที่สามารถเดินชมช่องเขาที่เป็นสถานที่จริงด้านหลังอาคาร

เส้นทางช่องเขาขาด เป็นการตัดเส้นทางเพื่อให้รถไฟผ่านช่องเขาที่ขวางเส้นทางอยู่ จึงต้องใช้แรงงานทำการขุดเจาะเขาให้เป็นช่อง ซึ่งต้องใช้คนจำนวนมากในการสร้างเส้นทาง มีทั้งเชลยจากประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ ฮอลแลนด์ และเชลยจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งแรงงานที่จ้างมาอีกนับหมื่นๆ คน จุดที่มีการเจาะช่องเขานี้ถือว่ามีความยากลำบากมาก เพราะนอกจากขณะนั้นจะเต็มไปด้วยป่าเขารกชัฎแล้ว เครื่องมือในการทำงานยังเป็นแบบเก่า ล้าสมัย ที่ต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมากในการขุดสร้าง บริเวณนี้ยังมีแนวรางรถไฟที่เคยถูกสร้างไว้ มีเศษไม้หมอนเก่าๆ เศษโลหะ และโซ่ตรวน จัดแสดงไว้ให้ได้ระลึกถึงความโหดร้าย และความสูญเสียจากสงคราม จุดนี้จึงมีหลายคนมาแสดงความไว้อาลัยต่อผู้ที่จากไปให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ ด้วย

  ปางช้างไทรโยค

ปางช้างไทรโยคเปิดบริการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่พ . ศ 2539 โดยมีผู้ก่อตั้งเป็นลูกหลานตระกูลช้างโดยกำเนิดด้วยความรักความเข้าใจความผูกพันในวิถีการดำรงชีวิตของช้างคุณไชยพงษ์แสนดีเจ้าของปางช้างไทรโยคจึง พิถีพิถันในการเลือกสถานที่ที่ร่มรื่นมีลำธารให้ช้างได้อาบได้ดื่มได้เล่นอย่างมีความสุขมีป่าที่ร่มรื่นให้ร่มเงาและความอุดมสมบูรณ์ช้างจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุขผสมพันธ์กันและให้ผลผลิต ดีมีการเพิ่มจำนวนช้างน้อยขึ้นเรื่อย ๆ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเรายิ่งนักขอให้ทุกท่านที่มาเยี่ยมชมจงมีส่วนในการให้อนุรักษ์ช้าง
เป็นมรดกไทยสืบไปมรดกโลก
 

  น้ำพุร้อนหินดาด

น้ำพุร้อนหินดาด ตั้งอยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ บ้านหินดาด น้ำพุร้อนหินดาด หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ เป็น น้ำพุร้อน พุ่งออก มาจากเนินย่อม ๆ กว้างพอประมาณ ทหาร ญี่ปุ่น ได้สร้างบ่อซิเมนต์ สำหรับใช้อาบไว้ ด้านหน้า ช่วยให้ผู้มาเยือน อาบน้ำ เล่นน้ำ ได้สะดวก ปัจจุบัน ใน ช่วงฤดูแล้ง จะมีนักท่องเที่ยว เดินทางไปอาบ น้ำแร่ ที่นี่กันมาก น้ำพุร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบ โดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นคุมเชลยศึกมาสร้างทางรถไฟสายมรณะผ่านไป ในเส้นทางนี้โดย บังเอิญ

 

    เพชรมณีกาญจน์ บีช รีสอร์ท
ที่อยู่: 90 หมู่ 9 บ้านวังเขมร ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

โทรศัพท์ 034-919718  แฟกซ์ : 034-919718
082-2475082, 098-4723088, 087-8268185
Email :
pechmaneekanbeach@hotmail.com